อีก 10 นาทีจะตีห้า
ในล๊อบบี้ของโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง
เสียงคุยกันจ้อกแจ้กจอแจของนักท่องเที่ยวที่รวมตัวกันอยู่เงียบลงเล็กน้อย
เมื่อเสียงของไกด์ทัวร์ดังขึ้น
“ช่วยตามเพื่อนๆกันหน่อยนะครับ อีกไม่เกิน 10 นาทีล้อจะหมุนแล้ว
เดี๋ยวไม่ทัน พระท่านจะเริ่มลงมาตั้งแต่ก่อนหกโมงเช้านะครับ ช่วยไปตามกันหน่อยครับ”
หน้าโรงแรม
รถบรรทุกเล็กที่ถูกดัดแปลงให้เป็นรถรับส่งนักท่องเที่ยว 2 คัน
จอดรออยู่ คนในล๊อบบี้ทยอยเดินลงมาขึ้นรถ
ก่อนตีห้าเล็กน้อย
รถทั้ง 2 คันก็เคลื่อนตัวออกจากโรงแรม
ตีห้า ท้องฟ้าในเมืองหลวงพระบางยังมืดสนิท ถนนทุกสายเงียบสงบ นอกจากรถของชาวบ้านเพียงไม่กี่คัน
ก็เป็นรถรับส่งนักท่องเที่ยว ที่ทยอยไปส่งลูกค้าในจุดที่ใกล้กับถนนสักกะรินให้มากที่สุด
ถนนสักกะรินคือถนนที่พระภิกษุ สามเณรจากวัดต่างๆที่ออกบิณฑบาตตั้งแต่เช้ามืด
จะเดินมารับบินฑบาตเป็นเส้นทางสุดท้ายก่อนแยกย้ายกันกลับวัด
ด้วยความเป็นถนนเส้นตรงยาวเพียงประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อขบวนพระจากวัดต่างๆได้มารวมตัวเดินเรียงกัน
แถวของภิกษุสงฆ์จึงทอดยาว ดูเป็นเส้นสีส้มเหลืองอร่าม สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็น
ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนหลวงพระบาง ก็สามารถชมหรือร่วมตักบาตรกับชาวบ้านได้ด้วย
กิจวัตรนี้จึงกลายเป็นประเพณีตักบาตรข้าวเหนียว ประเพณีสำคัญที่เชิดหน้าชูตาของเมืองหลวงพระบาง
ช่วงเช้ามืดบนถนนสักกะรินที่ห้ามรถทุกชนิดผ่าน แม่ค้าหาบตระกร้าบรรจุกระติ๊บข้าวเหนียว
10 กว่าคน
รอขายข้าวเหนียวให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการร่วมตักบาตร
ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ตักบาตร ต่างสะพายกล้องแยกย้ายกันไปหามุมที่คิดว่าน่าจะถ่ายภาพได้ดีที่สุด
บรรยากาศบนถนนสักกะรินยามเช้ามืดจึงคึกคัก ไม่แตกต่างหรืออาจจะมากกว่าถนนริมโขงช่วงบ่ายหรือเย็นเลยทีเดียว
“นั่งประจำทีเลยนะครับ เดี่ยวพระจะเดินมาแล้ว จำไว้นะครับ
ใส่แต่ข้าวเหนียวลงไปในบาตรอย่างเดียว ไม่ต้องใส่อย่างอื่น”เสียงไกด์คนเดิมตะโกนบอกกับลูกทัวร์
.....
ตีห้าสิบห้านาที บนถนนเจ้าสมพูซึ่งห่างจากถนนสักกะรินชั่วเดินไม่ถึง 10 นาที ยังเงียบสงบ
เสียงกลองจากวัดหมื่นนา สมพูอารามดังขึ้น บ่งบอกสัญญานว่าพระสงฆ์และสามเณรกำลังเตรียมตัวออกจากวัดเพื่อบินฑบาตกันแล้ว
ตามตรอก ซอกซอย มีชาวบ้านทยอยเดินออกมาอย่างเงียบๆ เป็นกลุ่มๆ
แล้วมารวมตัวนั่งเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบเยื้องๆประตูทางเข้าวัด ตรงข้ามทางแยกตัดกับถนนสีสัตตะนาก
ทางไปสู่ขัวข้ามแม่น้ำคานเก่า
ชาวบ้านที่มาส่วนใหญ่สูงอายุ มีทั้งหญิงและชาย
ผู้หญิงนุ่งซิ่น มีผ้าแพรเบี่ยงหรือสไบเฉียงพาดไหล่ ส่วนผู้ชายนุ่งกางเกงขายาวมีผ้าพาดไหล่เช่นกัน
ทุกคนมาตั้งแถวนั่งรอพระด้วยความสงบ เสียงคุยกันเบาๆพอให้ได้ยินเพียง 2 คน บางคนยกขันที่ใส่กระติ๊บข้าวเหนียวไว้ข้างในขึ้นจรดหน้าผากเพื่ออธิษฐาน
ห่างจากแยกนี้ไปทางวัดวิชุนนะราดประมาณ 50 เมตร
แม่ตู้ผู้หนึ่งยกเก้าอี้ตัวเล็กๆออกมานั่งหน้าบ้าน มืออีกข้างถือตะกร้าที่มีกระติ๊บข้าวเหนียวอยู่ข้างใน
ถัดจากบ้านแม่ตู้ไปอีก 2-3
ช่วงตึก หญิงสาว 4 คน นำเสื่อมาปูกับพื้นฟุตบาธ แล้วนั่งเรียงแถวในระยะห่างที่เท่ากัน
ตลอดถนนเจ้าสมพูจนถึงสามแยกวัดวิชุนนะราด สามารถพบเห็นชาวบ้านทยอยออกมานั่งเรียงแถวรอเป็นจุดๆ
มีทั้งหญิงชาย ทั้งหนุ่มสาวและสูงอายุ รวมถึงเด็กน้อย ทุกคนแต่งตัวตามประเพณีในการตักบาตรเหมือนกันหมด
ไม่ถึงตีห้าครึ่ง
เริ่มมีพระสงฆ์ สามเณร เดินเรียงเป็นแถวมาจากทิศต่างๆ เมื่อขบวนพระมาถึงแถวของชาวบ้านก็เข้าไปรับบิณฑบาตอย่างสงบแล้วก็เดินจากไป
บางครั้งมีขบวนของพระ
2 ขบวนเดินมาจากทิศตรงข้ามกัน ขบวนที่มาทีหลังจะหยุดรอให้พระในขบวนแรกบิณฑบาตเสร็จแล้ว
จึงค่อยเดินเข้าไปยังแถวของชาวบ้าน
ประเมินจากสายตา
จำนวนพระสงฆ์ และสามเณรที่มาเดินบิณฑบาตในบริเวณนี้มีประมาณ 8-9 ขบวน
แต่ละขบวนมีพระสงฆ์ สามเณรประมาณ 8-15 รูป
ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พระเณรทุกขบวนก็เดินผ่านถนนเจ้าสมพูเพื่อไปบิณฑบาตยังจุดอื่นของเมือง
ชาวบ้านซึ่งดูเหมือนจะรู้ว่าคงไม่มีพระมาให้ตักบาตรอีกแล้ว ค่อยๆเก็บพับเสื่อ
และข้าวของที่วางอยู่บนพื้น แยกย้ายกันเดินกลับเข้าไปในซอย
เกือบครึ่งชั่วโมงที่ได้เฝ้ามองการบิณฑบาตและการตักบาตรของชาวบ้าน
เสียงที่ได้ยินมีเพียงเสียงรถราที่ขับผ่านถนนเจ้าสมพูซึ่งมีเพียงไม่กี่คัน ดูเป็นการตักบาตรที่สงบ
เงียบ เรียบง่าย สะท้อนวิถีพุทธของชาวเมืองหลวงพระบางอย่างแท้จริง โดยไม่มีสิ่งแปลกปลอมใดเข้ามาเจือปน
.....
กิจกรรมเดียวกัน เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน
ในจุดที่ห่างกันไม่ถึงกิโลเมตร แต่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันสุดขั้ว
ผู้ที่ได้ไปชมการตักบาตรข้าวเหนียวบนถนนสักกะรินของหลวงพระบาง
แม้ว่าทุกคนล้วนประทับใจกับวัฒนธรรมชาวพุทธที่สะท้อนออกมาเป็นประเภณีอันสวยสดงดงามจนยากที่จะลืมเลือน
แต่เนื่องจากระยะหลัง เมื่อธุรกิจการท่องเที่ยวได้เข้าไปมีบทบาทต่อวิถีชีวิตของชาวเมืองที่เป็นมรดกโลกแห่งนี้มากขึ้น
ประเพณีตักบาตรข้าวเหนียวบนถนนสายนี้ ได้ถูกบริบทของการท่องเที่ยวสอดแทรกเข้าไปจนหลายคนรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ
เสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
เสียงตะโกนโหวกเหวกของไกด์บางคนที่คอยเจ้ากี้เจ้าการกับลูกทัวร์ของตนเอง
การแก่งแย่งพื้นที่ในการบันทึกภาพ หลายคนวิ่งไปดักรอขบวนพระ และวิ่งตามขบวนพระไปตลอดเส้นทาง
สิ่งเหล่านี้ บั่นทอนความสวยงามของประเพณีลงไปพอสมควร
การได้เห็นและเผ้ามองการตักบาตรของคนท้องถิ่นหลวงพระบางในสถานที่อื่นซึ่งไม่ใช่บนถนนสักกะริน
จึงถือเป็นโอกาสและความโชคดีที่ได้พบกับวิถีซึ่งยังคงความดั้งเดิมที่สงบเรียบ
สวยงาม ปราศจากบริบทของการท่องเที่ยวเข้ามาเกี่ยวข้อง
.....
ที่เล่ามาทั้งหมด ไม่ได้ต้องการชักชวนให้ทุกคนที่ได้ไปหลวงพระบาง
ต้องออกไปตระเวน เดินตามย่านชุมชนต่างๆช่วงเช้ามืด เพื่อชื่นชมบรรยากาศการตักบาตรของชาวบ้านด้วยกันทั้งหมดนะครับ
เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น สิ่งที่จะตามมาในอนาคต บนถนนสายต่างๆที่มีพระภิกษุเดินไปรับบิณฑบาต
อาจไม่แตกต่างจากปรากฏการณ์ที่ได้เกิดขึ้นบนถนนนสักกะรินมาแล้ว
กิจกรรมบนถนนสักกะรินถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงพระบางไปแล้ว
ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
เพียงแต่อยากแนะนำว่า หากมีโอกาสไปเที่ยวหลวงพระบาง
ลองฉีกตัวออกจากคณะทัวร์ดูสักเช้าหนึ่ง แล้วเดินไปตามถนนแบบเงียบๆ ค่อยๆชื่นชม
เก็บภาพบรรยากาศการตักบาตรแบบดั้งเดิมของชาวบ้านแบบสงบ
หากอยากถ่ายภาพ บันทึกภาพ ควรกระทำโดยไม่โฉ่งฉ่างหลีกเลี่ยงการรบกวนทั้งพระภิกษุสงฆ์
และชาวบ้านที่มาตักบาตร
คุณอาจจะได้รับความประทับใจเพิ่มขึ้นในอีกรูปแบบหนึ่ง.....


